ไม้ประดับบ้าน
การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดิน พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ ของทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากพอสมควร โดยเฉพาะระบบน้ำในการเกษตร ที่เหมาะสำหรับทำประมง เพราะใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม และบางพื้นที่ยังเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิด ที่เจริญเติบโตได้ดีในระบบน้ำกร่อยอีกด้วย เช่น เกษตรกร ตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เกือบทั้งตำบลประกอบอาชีพประมงเป็นอาชีพหลัก นอกเหนือจากนั้น เป็นการปลูกพืชไร่ พืชสวน และเลี้ยงสัตว์

การรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเกษตรกรในชุมชน เป็นสิ่งที่เกษตรกรอาชีพประมงในพื้นที่ตำบลบางหัก อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี หันมาให้ความสำคัญ และสิ่งนี้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแก้ปัญหาเมื่อเพื่อนสมาชิกประสบ เกษตรกรประมงกลุ่มนี้ จึงเป็นกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองการซื้อขายสัตว์น้ำ และลดการเกิดปัญหาในอาชีพ เม็ดเงินที่ได้จากการเกษตร จึงเป็นรายได้ที่สร้างความพึงพอใจเป็นอย่างดี

ความโดดเด่นของเกษตรกรประมงกลุ่มนี้ คือ การเลี้ยงปลานิลลดต้นทุน อีกทั้งปลานิลที่เลี้ยงเป็นปลาไซซ์ใหญ่ ราคาต่อกิโลกรัมสูง และไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนเช่นปลานิลแหล่งอื่น ทำให้ความต้องการในตลาดมีมาก

คุณพรชัย บัวประดิษฐ์ ประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบางหัก กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ของตำบลบางหัก ประกอบอาชีพประมง โดยก่อนหน้านี้เป็นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ แต่ประสบปัญหาโรคระบาด จึงปรับมาเป็นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำผสมกุ้งก้ามกราม จากนั้น เมื่อตลาดกุ้งมีความต้องการกุ้งขาวมาก ประกอบกับเดิมเกษตรกรเกือบทุกรายเลี้ยงปลาเป็นอาชีพอยู่แล้ว ทำให้ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นการทำประมงบ่อดินโดยการเลี้ยงปลานิล และกุ้งขาวด้วยกัน

แนวคิดเรื่องการเลี้ยงปลานิลเพียงชนิดเดียว แตกต่างจากการทำประมงปลาแหล่งอื่น ที่ส่วนใหญ่ จะเลี้ยงปลาเบญจพรรณ เนื่องจากเกษตรกรที่นี่มองเห็นทิศทางตลาดปลานิลในต่างประเทศ ที่มีความต้องการปลาเนื้อขาวสำหรับบริโภคสูง และปลานิลก็เป็นปลาเนื้อขาวที่ราคาถูกกว่าชนิดอื่น เมื่อนำไปแปรรูปบริโภค ราคาขายจึงไม่สูงมาก ทำให้การซื้อขายคล่องตัวมากกว่าปลาเนื้อขาวชนิดอื่น

คุณพรชัย บอกว่า เกษตรกรผู้ทำประมงมองเห็นความสำคัญ ของการจัดตั้งกลุ่ม จึงเริ่มจัดตั้งชมรมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบางหักขึ้น ในปี 2546 ปัจจุบัน มีสมาชิกชมรม 104 ราย รวมพื้นที่ทำประมงในอำเภอพานทอง ทั้งสิ้นเกือบ 3,000 ไร่ และจัดทำมาตรฐานชมรม โดยทำทะเบียนประวัติการเลี้ยงของสมาชิก ทั้งยังสุ่มตรวจโดยจับปลาและกุ้งส่งตรวจวิเคราะห์ชิ้นเนื้อและน้ำที่ใช้เพาะเลี้ยงยังสำนักงานประมงจังหวัดด้วย

“ที่ผ่านมา ราคาซื้อขายปลานิลในตลาดแต่ละพื้นที่ไม่ต่างกัน ที่นี่ก็เช่นกัน แต่เกษตรกรมีรายได้ในแต่ละครั้งของการจำหน่ายปลานิลได้มากกว่า เพราะต้นทุนการผลิตน้อยกว่า”

ประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบางหัก กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงปลาคือ พันธุ์ปลา ซึ่งชมรมให้ความสำคัญที่การกินอาหารของลูกปลา ควรเลือกลูกปลาที่กินเก่ง เพื่อการเจริญเติบโตที่ดี ส่วนอัตราการรอดของลูกปลานั้น ชมรมเห็นว่าผู้เลี้ยงสามารถเลือกที่จะเลี้ยงโดยให้อัตราการรอดของลูกปลาสูงได้เอง

“เราค่อนข้างได้รูปแบบการผลิตที่ชัดเจน ใช้ลูกปลาไซซ์ 150 ตัว ต่อกิโลกรัม ปล่อยลงบ่อ ขนาด 1 ไร่ น้ำลึก 1.50 เมตร จำนวน 800-1,200 ตัว เท่านั้น เพื่อให้ปลามีพื้นที่ การเจริญเติบโตจะรวดเร็ว อัตรารอดไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเลี้ยงครบรอบจับขายได้ประมาณ 8-10 เดือน ราคาต้นทุนต่อตัวในการเลี้ยงปลา ไม่เกิน 37 บาท ต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคารับซื้อจากหน้าบ่อ ไม่ต่ำกว่า 45 บาท ต่อกิโลกรัม หากคิดเป็นกำไรในแต่ละรอบการเลี้ยง ได้มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์”

การให้อาหารในปลาเล็ก ใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปผสมรำ เพื่อลดต้นทุน เมื่อปลาโตเป็นปลาวัยรุ่น หรือขนาดน้ำหนักของปลา 3-5 ตัว ต่อกิโลกรัม ต้องให้อาหารเม็ดเต็มที่ และการให้อาหารใช้วิธีให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปในสวิงที่แขวนไว้ปากบ่อ ซึ่งสามารถเช็กอาหารได้ว่าปลากินหมดหรือไม่ การให้อาหารในสวิงแขวน จะช่วยให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปไม่ลอยกระจายไปติดริมบ่อ หรือจมลงใต้บ่อ ลดการสูญเสียอาหารเม็ดสำเร็จรูป จำนวนสวิงแขวนสำหรับให้อาหารปลา 1 จุด ก็เพียงพอสำหรับบ่อ ขนาด 2-3 ไร่ แต่ถ้าผู้เลี้ยงไม่มั่นใจว่าปลาจะได้อาหารครบทุกตัวหรือไม่ จะเพิ่มจุดแขวนสวิงก็ไม่ได้เพิ่มต้นทุนมาก เพราะสวิงแขวนเพิ่มต้นทุนไม่เกิน 120 บาท ต่อจุด

ความพิเศษของปลานิลที่ไร้กลิ่นโคลนของเกษตรกรตำบลบางหัก คุณพิชัย บอกว่า เกิดจากความโชคดีของพื้นที่เลี้ยงส่วนหนึ่ง ที่อยู่ใกล้แม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่และเป็นสายหลักที่ไหลทอดยาวลงทะเล ลักษณะดินจึงเป็นดิน 2 น้ำ และปลาน้ำจืดที่เลี้ยงในน้ำเค็มจะไม่มีกลิ่นคาวของโคลน แม้ว่าจะเลี้ยงบ่อดิน นอกจากนี้ การให้อาหารก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการ ที่ทำให้ปลานิลไร้กลิ่นโคลน โดยให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มีคุณภาพ ไม่มีส่วนประกอบของมูลสัตว์ และการให้อาหารสวิงแขวน อาหารไม่ตกไปนอนโคลนก้นบ่อ โอกาสที่ปลาจะกินอาหารที่ตกก้นบ่อและกินโคลนเข้าไปด้วยจึงไม่มี

การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินนั้นเป็นการลดต้นทุน เพราะปลานิลที่เลี้ยงโดยวิธีนี้นั้นหากไม่ให้อาหารก็สามารถอยู่ได้ เพราะปลานิลจะกินอาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติอย่าง แพลงตอนแทน และยังสามารถเลี้ยงกุ้งขาวพร้อมๆ กับเลี้ยงปลานิลได้อีกด้วย หากใครที่สนใจการเลี้ยงปลานิลบ่อดินต้นทุนต่ำ สามารถขอคำแนะนำได้ที่ คุณพิชัย บัวประดิษฐ์ ประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบางหัก โทรศัพท์สอบถามได้ที่ (081) 818-7927

อ่านบทความ เพิ่มเติม ได้ที่ : รู้จักกีฬาว่ายน้ำ และประเภทของการแข่งขันว่ายน้ำ

สนับสนุนโดย : jaojohn.com